คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.5% ในการประชุมวันนี้ ด้วยคะแนน 4 : 2เสียง โดยกรรมการ 2 เสียงข้างน้อยเสนอให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจและรองรับแนวโน้มเสี่ยงสูงในระยะข้างหน้า

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.5% ในการประชุมวันนี้ ด้วยคะแนน 4 : 2เสียง โดยกรรมการ 2 เสียงข้างน้อยเสนอให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจและรองรับแนวโน้มเสี่ยงสูงในระยะข้างหน้า

IMF ใช้เงินกองทุน SDR สูงเป็นประวัติการณ์กระตุ้น
สภาพคล่องทั่วทั้งโลก (IMF) มีมติอนุมัติการจัดสรรเงินจำนวน 6.50 แสนล้าน
ดอลลาร์จากกองทุนสิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR) ของ IMF ซึ่งเป็นการ
จัดสรรเงินจำนวนสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ IMF
โดยมีเป้าหมายที่จะ
กระตุ้นสภาพคล่องทั่วโลกในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่
ระบาด
+เป็นเชิงบวกกับตลาดทุน

แนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า โดยวันนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อทะลุ 20,000 ราย
ประกอบกับช่วงบ่ายตลาดรอดูผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.50%

Event: 2Q21 result review
ㆍ2021 กำไรปกติดีกว่าตลาดประเมิน ประกาศกำไรสุทธิ 2021 ที่ 1.5 พันล้านบาท (-19%
YoY, +86% QoQ)
อย่างไรก็ตามหากตัดรายการพิเศษ (ส่วนใหญ่มาจา ากการกลับรายการค่าใช้จ่าย
ด้านโครงข่ายและทำไรจากการเจรจาสัญญากับคู่ค้า)กำไรปกติอยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท (-28% YoY,
+7% Q0Q) ดีกว่าตลาดและเราคาด +15% และ + 7% ตามลำตับ
ด้านรายได้จากบริการหลักใน
2021 อยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท (-2% YoY, +1% Q0Q) ด้ net add 164k (รวม 19.2 ล้าน subs +2%
YoY, +1% Q๐Q) ARPU อยู่ที่ 254 บาท (-2% YoY, ทรงตัว Q0Q) ในขณะที่ค่าใช้จ่ายหลักยังควบคุม
ได้ตี โดยค่าใช้จ่ายโครงข่ายหลังตัดร ายการพิเศษ – 17% YoY และทรงตัว Q0Q ส่วนค่าใช้จ่าย
การตลาดที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล พร้อมกันนี้บริษัทประกาศจ่ายปันผลงวด 1H21 ที่ 1.05 บาทต่อ
หุ้น XD 30 ก.ค. 21
CR KTBST

ฝ่ายวิจัยกรุงศรีฯ คาดการณ์ GDP ปีนี้จะขยายตัว 1.2% (เดิมคาด 2.0%) ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงและยาวนานกว่าคาด และจากแบบจำลองชี้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันจะลดลงต่ำกว่า 1,000 ราย ในเดือนพฤศจิกายน สะท้อนมาตรการควบคุมยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเดือนตุลาคม กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศจึงยังคงซบเซา ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะมีเพียง 2.1 แสนคน (เดิมคาด 3.3 แสนคน)


วิ่งแรงเป็นม้าสวนตลาดกันสองตัวทั้ง GLOBAL และ DOHOME มาดูกันครับว่าสองตัวนี้พื้นฐานเป็นอย่างไร และอนาคตจะไปทางไหนกัน
GLOBAL และ DOHOME ทำธุรกิจเหมือนกันคือค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ลูกค้าจะเป็นกลุ่มเดียวกันคือช่างรับเหมาะก่อสร้าง และประชาชนที่ซื้อวัสดุก่อสร้างไปสร้างและปรับปรุงบ้านกันเอง มีคู่แข่งอีก 2 เจ้าที่อยู่ในตลาดคือ megahome ของ homepro และ ไทวัสดุ ของ CRC
ตลาดค้าปลีกวัสุดก่อสร้างเติบโตได้จากพฤติกรรมของลูกค้าที่ต้องการความสะดวกมากขึ้น บางคนก็จ้างช่าง และมาซื้อของเองที่ GLOBAL DOHOME ไม่ต้องวิ่งไปหาร้านวัสดุก่อสร้างหลายๆร้าน มาครบจบที่เดียว ทำให้ร้านแบบนี้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยจุดเริ่มต้นของ GLOBAL และ DOHOME อยู่ที่ภาคอีสาน ทำให้สาสวนใหญ่จะอยู่ที่ต่างจังหวัดเป็นหลัก คนกรุงเทพอาจไม่ค่อยคุ้นชื่อเท่าไรนัก
แล้ว GLOBAL DOHOME มีอะไรน่าสนใจ
หุ้นทั้งสองตัว เติบโตจากการขยายสา และเพิ่มอัตรากำไรจากการจัดส่วนผสมสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น GLOBAL ไตรมาส 2 กำไรโตกว่าเท่าตัว จากรายได้เพิ่มขึ้น 44% จากยอดขายสาขาเดิมเติบโต 39% ตามรายยได้ภาคการเกษตร และราคาคาเหล็กที่เพิ่มขึ้น จากการเพิ่มการทำการตลาดสินค้า House brand ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มตาม กำไรพุ่ง กระแสเงินสดเยี่ยม
สำหรับ DOHOME ก็มีแผนเติบโตไม่แพ้กัน แต่จะโตได้ไวกว่าเพราะฐานเล็กมีไม่กี่สาขา โดยตั้งเป้าตั้งแต่ปี 65-68 ซึ่งจะทำให้ในปี 68 มีสาขาขนาดใหญ่ หรือ ไซต์ L-XL รวม 36 สาขา จากปัจจุบันอยู่ที่ 16 สาขา และลงทุนในศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มเติม โดยไตรมาสสองบทวิเคราะห์หยวนต้ามองว่ายังเติบโตได้ต่อ จากยอดขายสาขาเดิมที่เพิ่มขึนได้
สิ่งที่ต้องระวังสำหรับ DOHOME คือ งบจะคล้าย GLOBAL เมื่อ 5-6 ปีก่อนที่เริ่มขยายสาขาช่วงแรงๆงบจะไม่ค่อยสวยเท่าไร เพราะเปิดสาขาใหม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงทำให้บริษัทมักจะจ่ายเป็นหุ้นปันผลแทน เพราะเอาเงินไปขยายกิจการให้เติบโตคุ้มกว่า แต่กำไรจะโตดี
สำหรับธุรกิจนี้ไตรมาส 3 ช่วงหน้าฝนจะเป็น low season ของธุรกิจ เพราะทำการก่อสร้างลำบาก ทาสีก็ไม่แห้ง กับการระบาดของ COVID ทำให้การก่อสร้างชะลอตัวได้
ข้อมูลธุรกิจ GLOBAL DOHOME
GLOBAL เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ในงานก่อสร้าง ต่อเติม ตกแต่ง บ้านและสวนแบบควบวงจร (one stop shopping center) โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า โกลบอล เฮ้าส์ (Global House) โดยนำระบบ Drive-through มาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการรับสินค้าโครงสร้างของลูกค้า
DOHOME ค้าปลีก ค้าส่ง และให้บริการด้านวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร
—————————————-
สนใจเข้า
ใครสนใจระบบดีๆ ไม่อยากพลาดการลงทุนใจจังหวะสำคัญๆ.สนใจ เครื่องมือสแกนหุ้นพรีเมียม
สอบถามรายละเอียดadd line https://bit.ly/3tgVS0Aหรือดูรายละเอียดได้ที่www.labhoonplus.com—————————————————
App ตั้งเตือนหุ้นใช้ฟรี
Link Download Android
https://play.google.com/store/apps/details?id=com.labhoon.labhoon
ระบบ IOSLink Download
https://apps.apple.com/th/app/labhoon/id1554668073
วีดีโอสอนเข้าระบบครับ https://youtu.be/M8ygnJG17OA
ห้อง กองทุนเด่น กดที่เข้ากลุ่มที่ link ด้านล่างได้เลยครับ https://www.facebook.com/groups/1024143218389426/
——————————————-
สนใจ เครื่องมือสแกนหุ้น / สอบถามรายละเอียด add line https://bit.ly/3tgVS0A

นายฤทธี กิจพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สแกน อินเตอร์ (SCN) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตปลูกกัญชงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังประกาศเพิ่มช่องทางธุรกิจสู่การดำเนินงานเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังมาแรงอย่างกัญชง โดยจัดตั้งบริษัทย่อยในชื่อ “บริษัท สแกน เมดิเฮิร์บ จำกัด” และเตรียมยื่นขอใบอนุญาตสำหรับการสกัดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก CBD ทุกรูปแบบต่อไป และพร้อมเปิดรับผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนเซ็นสัญญาในระยะยาว (Contract Farming)
สำหรับการปลูกกัญชง บริษัทฯ พร้อมเดินเครื่องต่อทันทีที่ได้รับการอนุมัติ โดยจะเริ่มจากการคัดเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกในประเทศ และนำมาปลูกแบบ Indoor Outdoor และ Greenhouse โดยตั้งเป้าเฟสแรกปลูกในพื้นที่โรงงานไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เฟสต่อไปปลูกในพื้นที่เขาใหญ่ และวางแผนที่จะกระจายให้เอกชนรายอื่นปลูกต่อไป คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับ SCN กว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี
infoquest


สรุปประเด็นสำคัญ
ด้ชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนกรกฎาคม 2564 ลดลงจาก
ทุกองค์ประกอบและเกือบทุกธุรกิจ ซึ่งเป็นผลจาก
1) การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น
2) ความเข้มงวดของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด และ
3) ราคาวัตถุดิบอยู่ในระดับสูง
ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นปรับลดลงจาก
ภาคที่ มิใช่การผลิตเป็นสำคัญ ขณะที่ความเชื่อมั่นของ
ภาคการผลิตปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน
ตามความเชื่อมั่นของกลุ่มผลิตเหล็กที่ปรับลดลงเป็นสำคัญ
.
ด้ชนีความเชื่อมั่นด้านอื่นๆ
ดัชนีความเชื่อมั่นด้านสภาพคล่องทั้งในปัจจุบันและ 3 เดือนข้างหน้าปรับ
ลดลงอีกครั้ง และอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 สะท้อนว่าธุรกิจที่เผชิญกับภาวะ
สภาพคล่องตึงตัวมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ขณะที่ความเชื่อมั่นด้านต้นทุนทรงตัว
อยู่ในระดับต่ำ ตามราคาปัจจัยการผลิตหลายรายการที่ยังอยู่ในระดับสูง
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ความ
ต้องการจากตลาดในประเทศต่ำกลับมาเป็นข้อจำกัดหลักสำหรับ
การดำเนินธุรกิจในเดือนนี้ ขณะที่ผู้ประกอบการยังมีความกังวล
เกี่ยวกับต้นทุนการผลิตสูง จากทั้งราคาเหล็กในตลาดโลกที่อยู่ใน
ระดับสูง และต้นทุนด้านสาธารณสุขที่สูงขึ้นตามมาตรการควบคุมโรคที่
เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่เริ่มลดลงส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อ
คาดการณ์ในอีก 12 เดือนข้างหน้าปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ร้อยละ 1.7

